แชร์ :

ระบบดับเพลิงอัตโนมัติด้วยสารสะอาดคืออะไร

https://ife-storage.sgp1.digitaloceanspaces.com/files/f39d66fe-3aef-404b-a595-1b0b6aa846aa_knowledge-05.png

ระบบดับเพลิงอัตโนมัติด้วยสารสะอาด ตามมาตรฐาน NFPA2001 Standard on Clean Agent Fire Extinguishing Systems โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. สารสะอาดประเภทก๊าซเฉื่อย (Inert Gas Agent)

เป็นสารสะอาดดับเพลิงที่มีอยู่ตามธรรมชาติ สารที่นำมาใช้มีทั้งแบบก๊าซเดี่ยวได้แก่ ไนโตรเจน (IG-100), อาร์กอน(IG-01) และ ก๊าซผสมได้แก่ ไนโตรเจน 52%, อาร์กอน 40%, และคาร์บอนไดออกไซด์ 8% (IG-541), ไนโตรเจน 50% และอาร์กอน 50% (IG-55) โดยใช้หลักการลดปริมาณออกซิเจนในอากาศ จากภาวะปกติที่มีปริมาณออกซิเจนประมาณ 21% ให้เหลือต่ำกว่า 15% เพื่อควบคุมให้ปริมาณออกซิเจนมีไม่เพียงพอต่อกระบวนการสันดาบของเพลิง แต่โดยทั่วไปจะไม่น้อยกว่า 12% เพื่อให้มีปริมาณออกซิเจนที่เพียงพอต่อการอพยพออกจากพื้นที่ ซึ่งมาตรฐานกำหนดระยะเวลาในการอพยพออกจากพื้นที่ไม่เกิน 5 นาที โดยถังเก็บสารสะอาดประเภทก๊าซเฉื่อยนี้จะเป็นแบบถังไร้ตะเข็บ (Seamless) สามารถทนความดันสูงได้ถึง 300 bars และสามารถควบคุมความดันที่ไหลผ่านวาล์วในขณะฉีดก๊าซ (Discharge) ให้คงที่ที่ความดันไม่เกิน 60 bars ด้วยอุปกรณ์ควบคุมความดัน (Pressure Regulator) ซึ่งสามารถถอดแยกชิ้นจากวาล์วหัวถังได้ เพื่อความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในอนาคต

ข้อดีของสารสะอาดดับเพลิงประเภทก๊าซเฉื่อย (Inert Gas Agent)

  • ปลอดภัยต่อมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตทุกชนิด (เมื่อออกแบบ,ติดตั้ง และได้รับสารตามปริมาณและระยะเวลาที่กำหนดตามมาตรฐาน)
  • ปลอดภัยต่อทรัพย์สินมีค่า จึงเหมาะสำหรับห้องเก็บเอกสารสำคัญ, พิพิธภัณฑ์, ห้องเก็บโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุของชาติ
  • ไม่นำไฟฟ้า จึงเหมาะสำหรับห้องไฟฟ้า, ห้องคอมพิวเตอร์, ห้องเสิร์ฟเวอร์, ห้องดาต้าเซ็นเตอร์, ห้อง UPS
  • ไม่มีสิ่งตกค้าง จึงไม่ต้องทำความสะอาดหลังการใช้งาน
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการยกเลิกระบบในอนาคต ดังเช่นระบบดับเพลิงอื่นๆ
  • เป็นระบบที่มีความดันสูง จึงเหมาะกับห้องที่มีขนาดใหญ่ หรือห้องที่ต้องเดินท่อในระยะไกล
  • สามารถหาสารบรรจุได้ง่ายและราคาประหยัด
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง เนื่องจากแรงดันขณะฉีดก๊าซจะมีความดันไม่เกิน 60 bars จึงสามารถใช้ท่อเหล็กหนาเบอร์ 40 (Schedule #40) ได้

ข้อเสียของสารสะอาดดับเพลิงประเภทก๊าซเฉื่อย (Inert Gas Agent)

  • ใช้พื้นที่ติดตั้งถังบรรจุสารดับเพลิงมากกว่าสารดับเพลิงประเภทสารสังเคราะห์

2. สารสะอาดประเภทสังเคราะห์

คือ สารตระกูลฮาโลคาร์บอน (Halocarbon Agent) ซึ่งมีสารจำพวก ฟลูโอรีน คาร์บอน, ไฮโดรเจน เป็นองค์ประกอบหลักอย่างน้อยหนึ่งสาร เช่น Novec 1230 (FK-5-1-12), FM-200 (HFC227ea) เป็นต้น

Novec1230 ถูกพัฒนาขึ้นมาทดแทนสารดับเพลิงเดิม คือฮาลอน(Halon 1301) จากการลงนามในพิธีสารมอนทรีออล (Montreal Protocol) ค.ศ.1987 เพื่อยกเลิกการใช้สารฮาลอน Novec1230 เป็นสารสะอาดประเภทก๊าซสังเคราะห์ถูกบรรจุภายในถังบรรจุในสถานะของเหลวอัดความดันด้วยก๊าซไนโตรเจน เมื่อฉีดออกมาจะกลายเป็นไอ เพื่อไปดูดซับพลังงานความร้อน (Heat Absorbtion) ให้ต่ำกว่าจุดที่เชื้อเพลิงจะติดไฟได้ และทำให้อุณหภูมิในพื้นที่ขณะที่เกิดเพลิงไหม้ลดลง จึงสามารถดับเพลิงได้อย่างรวดเร็ว

ข้อดีของสารสะอาดดับเพลิงประเภทสังเคราะห์ Novec 1230

  • มีความปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตสูงกว่าสารดับเพลิงประเภทอื่นๆ
  • ปลอดภัยต่อทรัพย์สินมีค่า จึงเหมาะสำหรับห้องเก็บเอกสารสำคัญ, พิพิธภัณฑ์, ห้องเก็บโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุของชาติ
  • ไม่นำไฟฟ้า จึงเหมาะสำหรับห้องไฟฟ้า, ห้องคอมพิวเตอร์, ห้องเสิร์ฟเวอร์, ห้องดาต้าเซ็นเตอร์, ห้อง UPS
  • ไม่มีสิ่งตกค้าง จึงไม่ต้องทำความสะอาดหลังการใช้งาน
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถสลายในบรรยากาศเพียง 5 วัน จึงไม่ทำลายโอโซนและไม่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
  • เป็นสารดับเพลิงมีประสิทธิภาพในการดับเพลิงสูง จึงใช้ถังบรรจุในจำนวนที่น้อยกว่า ทำให้ประหยัดพื้นที่เก็บถังบรรจุ

ข้อเสียของสารสะอาดดับเพลิงประเภทสังเคราะห์ Novec 1230

  • ระยะทางการเดินท่อ และข้อจำกัดในการติดตั้งมีมากกว่าสารสะอาดดับเพลิงประเภทก๊าซเฉื่อย
  • ค่าบรรจุ, เติมสารใหม่ มีราคาค่อนข้างสูง

FM-200 จัดอยู่ในสารสะอาดประเภทก๊าซสังเคราะห์ เมื่อฉีดออกมาจะไม่แทนที่ออกซิเจนจึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้ปฎิบัติงาน สารดับเพลิง FM-200 จะถูกบรรจุภายในถังในสถานะของเหลวอัดความดันด้วยก๊าซไนโตรเจน เมื่อฉีดออกมาจะกลายเป็นไอ เพื่อไปดูดซับพลังงานความร้อน (Heat Absorbtion) ให้ต่ำกว่าจุดที่เชื้อเพลิงจะติดไฟได้ และทำให้อุณหภูมิในพื้นที่ขณะที่เกิดเพลิงไหม้ลดลง จึงสามารถดับเพลิงได้อย่างรวดเร็ว


ข้อดีของสารสะอาดดับเพลิงประเภทสังเคราะห์ FM-200

  • ปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิต
  • ปลอดภัยต่อทรัพย์สินมีค่า จึงเหมาะสำหรับห้องเก็บเอกสารสำคัญ, พิพิธภัณฑ์, ห้องเก็บโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุของชาติ
  • ไม่นำไฟฟ้า จึงเหมาะสำหรับห้องไฟฟ้า, ห้องคอมพิวเตอร์, ห้องเสิร์ฟเวอร์, ห้องดาต้าเซ็นเตอร์, ห้อง UPS
  • ไม่มีสิ่งตกค้าง จึงไม่ต้องทำความสะอาดหลังการใช้งาน
  • เป็นสารดับเพลิงมีประสิทธิภาพในการดับเพลิงสูง จึงใช้ถังบรรจุในจำนวนที่น้อยกว่า ทำให้ประหยัดพื้นที่เก็บถังบรรจุ
  • ตัวสารดับเพลิงมีราคาถูกกว่าสารดับเพลิงประเภทสังเคราะห์ชนิดอื่นๆ

ข้อเสียของสารสะอาดดับเพลิงประเภทสังเคราะห์ FM 200

  • ระยะทางการเดินท่อ และข้อจำกัดในการติดตั้งมีมากกว่าสารสะอาดดับเพลิงประเภทก๊าซเฉื่อย
  • ค่าบรรจุ, เติมสารใหม่ มีราคาค่อนข้างสูง
  • เป็นสารที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกยกเลิกการผลิตในอนาคต เนื่องจากนโยบายเรื่องการร่วมการลดภาวะโลกร้อน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก



ความรู้ล่าสุด


d

Fire Suppression System ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ

ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Fire Suppression System)

คือ ระบบที่เข้ามาช่วยป้องกันอัคคีภัยโดยไม่จำเป็นต้องเปิดใช้งานโดยมนุษย์ เมื่อตรวจพบควันไฟก็สามารถทำงานได้ทันทีซึ่งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ

เป็นระบบป้องกันอัคคีภัยที่นิยมใช้งานเป็นอย่างมาก ช่วยระงับเหตุเพลิงไหม้ก่อนที่ไฟจะลุกลาม ลดความเสียหายที่เกิดจากเพลิงไหม้ได้เป็นอย่างมาก

ปัจจุบันมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติให้เลือกหลากหลาย ทั้งชนิดผงเคมีแห้ง ก๊าซธรรมชาติ สารสะอาดดับเพลิง โฟมดับเพลิง และระบบดับเพลิงด้วยน้ำ

โดยจะต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพราะสารดับเพลิงแต่ละชนิดใช้งานดับไฟได้แตกต่างกัน


คุณสมบัติของระบบดับเพลิงที่ได้มาตรฐาน..จำเป็นต้องมีอะไรบ้าง?

การติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่ได้มาตรฐาน จำเป็นจะต้องมีองค์ประกอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การตรวจจับเพลิง จะต้องมีเซ็นเซอร์หรืออุปกรณ์

ที่สามารถตรวจจับเพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็ว เช่น เซ็นเซอร์ตรวจจับควัน (Smoke Detectors) หรือเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อน (Heat Detectors)การส่งสัญญาณ ซึ่งระบบจะต้องสามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคาร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบว่ามีเหตุ

เพลิงไหม้เกิดขึ้น โดยจะต้องส่งสัญญาณแจ้งเตือนรวดเร็วแม่นยำ ทั้งการแจ้งเตือนแบบเสียงและการแจ้งเตือนผ่านทางอีเมลล์หรือ SMS อุปกรณ์

ใช้ดับเพลิง ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากของระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เพื่อดับเพลิงในขณะที่มีการตรวจจับเพลิงไหม้ได้ ประกอบไปด้วย สปริงเกิล

เปิดน้ำ (Sprinkler System) หรืออุปกรณ์ฉีดสารดับเพลิงแบบแก๊ส (Gas Suppression System) ซึ่งจะต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานที่ต่าง ๆ ระบบควบคุมการทำงานของระบบดับเพลิง ที่สามารถกำหนดค่าและควบคุมการทำงานต่าง ๆ ได้ เช่น การควบคุมให้เป็นระบบตรวจจับเพลิงไหม้แบบอัตโนมัติ หรือการควบคุมด้วยคนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ การทดสอบบำรุงรักษาระบบดับเพลิงอยู่เสมอ เพื่อให้ระบบพร้อมทำงานได้อย่างมี

ประสิทธิภาพตลอดเวลา การประเมินความเสี่ยงของสถานที่ เพื่อเลือกใช้ระบบดับเพลิงอัตโนมัติให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่แตกต่างกัน และการติดตั้ง

ตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถใช้งานระบบดับเพลิงอัตโนมัติได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพในการป้องกัน

และดับเพลิงสูง

d

Fire Pump เครื่องสูบน้ำดับเพลิง

เครื่องสูบน้ำดับเพลิง หรือ Fire Pump เป็นอุปกรณ์ที่เป็นกำลังหลักสำคัญในระบบการดับเพลิง ใช้ในการเคลื่อนน้ำจากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งที่สูงกว่า หรือในระยะที่ไกลออกไป เป็นส่วนหนึ่งของระบบน้ำดับเพลิงแบบสปริงเกอร์ (Fire Sprinkler) ซึ่งสามารถทำงานได้ทันทีโดยอัตโนมัติ จากการแตกของหัวกระจายน้ำเมื่อเกิดเพลิงไหม้ และมีความร้อนเกิดขึ้นในอุณหภูมิที่กำหนด สามารถควบคุมเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นได้ทันที ขณะที่เพลิงยังมีขนาดเล็ก ทำให้หยุดการขยายตัวลุกลาม

จึงเหมาะแก่การติดตั้งใช้งานกับ อาคารสูง, คอนโดมิเนียม, โรงแรม, โรงพยาบาล, ห้างสรรพสินค้า, สถานศึกษา และโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น


ซึ่งระบบขับเคลื่อนเครื่องสูบน้ำดับเพลิง จะแบ่งเป็น 2 ประเภท

1. ขับเคลื่อนด้วยมอร์เตอร์ไฟฟ้า ซึ่งต้องต่อเข้ากับแหล่งจ่ายไฟโดยตรง

เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า

2. ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล แบ่งได้เป็น 2 ระบบ

ได้แก่ ระบบ Heat Exchange Cooled คือ ระบบหล่อเย็นด้วยน้ำโดยใช้เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน

และระบบ Radiator Cooled คือ ระบบหล่อเย็นด้วยน้ำโดยใช้รังผึ้งระบายความร้อนด้วยพัดลมจากเครื่องยนต์


โดยระบบปั๊มน้ำดับเพลิง (Fire pump system) ประกอบด้วย

เครื่องสูบน้ำรักษาแรงดัน (Jockey Pump)

เครื่องสูบน้ำดับเพลิง (Fire Pump)

ตู้ควบคุมเครื่องสูบน้ำรักษาแรงดัน (Jockey Pump Controller)

ตู้ควบคุมเครื่องสูบน้ำดับเพลิง (Fire Pump Controller)

และอุปกรณ์สำหรับชุดเครื่องสูบน้ำดับเพลิงครบชุด